..................พระบรมสารีริกธาตุ คือ อะไร และมีความสำคัญอย่างไร ที่ผู้เขียนได้รู้จักและได้บูชา นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๔ ผู้เขียนได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ณ วัดปราโมทย์ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่ออุปสมบทเสร็จแล้ว ก็พักอยู่ที่วัดปราโมทย์ ออกบิณฑบาตรโปรดโยมมารดาอยู่ ๗ วัน แล้วจึงออกเดินทางจากวัดปราโมทย์เข้าสู้วัดปราสาททอง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเข้าเรียนพระธรรมวินัยในสำนักของพระอุปัชฌาย์
..................การเดินทางไปจังหวัดสุพรรณบุรีในสมัยนั้น แสนจะทรหด ขั้นตอนมากมาย อันดับแรกลงเรือหางยาวจากวัดปราโมทย์ ขึ้นสู่ท่าเรือราชบุรี ขึ้นรถสามล้อไปสู่สถานีรถไฟราชบุรี จากสถานีรถไฟราชบุรี ไปลงที่สถานีรถไฟงิ้วราย จังหวัดนครปฐม จากนั้นลงเรือที่ท่าเรืองิ้วราย ผู้เขียนจำได้ว่า เรือออกจากท่าเวลา ๑๘.๐๐ น. ล่องแม่น้ำท่าจีนผ่านวัดอะไรต่อวัดอะไรจำไม่ได้ มาจำได้ตอนหนึ่ง เมื่อเรือจอดที่ท่าเรืออำเภอสองพี่น้อง มีผู้ค้าขายร้องขายของกันเสียงแซ่ดไปหมด ขณะอยู่ในเรือ ก็มีส่วนพื้นที่ด้านหัวเรือ ที่จะนั่งและนอนสบายพอรู้ตัวอีกครั้งเมื่อเวลา ๑๓.๓๐ น. เรือล่องไปถึงท่าเรือสุพรรณบุรี เมื่อขึ้นจากเรือก็ขึ้นสามล้อต่อ นั่งสามล้อมาจอดลงที่ลานวัดปราสาททอง เป็นอันว่าการเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง ตามที่ตั้งใจไว้ว่า "บวชแล้ว จะเรียนพระธรรมวินัยในสำนักพระอุปัชฌาย์"
..................เมื่อเข้าสู่สำนักวัดปราสาททอง อันเป็นสำนักพระอุปัชฌาย์ ก็เข้ามารายงานตัวว่ามาถึงแล้ว พระอุปัชฌาย์ก็จัดห้องอยู่จำพรรษาให้ ตามหน้าที่ของท่าน เมื่ออยู่ที่วัดปราสาททองนั้น ก็ศึกษาเล่าเรียน ได้มีโอกาสรู้จักพระภิกษุสามเณร ที่อยู่จำพรรษาร่วมกัน ได้รู้จักญาติโยมที่มาเข้าปฏิบัติวิปัสสนา มีญาติโยมวัดปราททองหลายคนที่รู้จัก ในการเรียนปีแรกที่ผ่านไป ผ่านไป ก็มีความรู้ความเข้าใจตามอัตภาพ อยู่มาปี พ.ศ.๒๕๐๕ ก็เรียนทุกอย่างที่มีจะเรียน สอบได้ผ่านทุกชั้น ปี ๒๕๐๖ ต้นปี เดินทางไปเยี่ยม บ้านกับ พระสันทัด ญาณคุตโต ๒ รูปมาด้วยกัน ชวนไปเที่ยวบ้านดูสวนมะพร้าว มาทางรถยนต์ ระหว่างทางก็ลงที่ตลาดนครปฐม เดินทางมานมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ โดยไม่ทราบว่าองค์พระปฐมเจดีย์ คือ อะไร
..................ทั้ง ๒ รูป ได้เดินประทักษิณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ ๓ รอบ ขณะที่เดินประทักษิณอยู่นั้น มีความรู้สึกว่าตัวเบา ใจปีติอิ่มเอิบ เสร็จแล้วกราบไหว้หลวงพ่อพระร่วงฯ เดินนมัสการพระพุทธรูปตามวิหารต่างๆ เข้านมัสการหลวงพ่อพระประทานพรในพระอุโบสถ เข้าชมพิพิธภัณฑ์ ของวัดพระปฐมเจดีย์ จำได้ว่าในสมัยนั้นมี นายสำราญ สังข์เวียนทอง เป็นหัวหน้าพิพิธภัณฑ์ของวัด เสร็จแล้วขึ้นรถจากนครปฐม ไปลงที่ราชบุรี ลงเรือที่ท่าเรือราชบุรี แล้วไปขึ้นที่วัดปราโมทย์
..................ทั้งหมดนั้น คือ การมีโอกาสได้สัมผัสกับพระบรมสารีริกธาตุที่องค์พระปฐมเจดีย์เป็นครั้งแรก โดยไม่รู้ตัว จากนั้นได้กราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุที่ภูเขาทอง วัดสระเกศ และได้กราบไหว้นมัสการพระบรมสารีริกธาตุในประเทศไทยเกือบทุกแห่ง ในประเทศลาว ประเทศเขมร ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า ประเทศจีน ประเทศอินเดีย และที่ประเทศศรีลังกานับจำนวนเป็น ๑๐ ครั้ง โดยเฉพาะพระบรมสารีริกธาตุ ที่องค์พระปฐมเจดีย์ ผู้เขียนได้น้อมใจบูชาทุกวัน กราบไหว้เกือบทุกวัน ไหว้ใกล้ชิดเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน โดยได้บันทึกในความทรงจำไว้ว่า ได้เดินทางมาจำพรรษาอยู่ที่วัดพระปฐมเจดีย์ เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๐๘ ได้ กราบไหว้บูชาพระบรมสารีริกธาตุที่องค์พระปฐมเจดีย์สม่ำเสมอ ปี๒๕๑๕ ได้ย้ายไปอยู่ที่กุฏิหลังพระอุโบสถ มีหน้าที่ดูแลรักษาพระอุโบสถ อยู่ใกล้ชิดกับองค์พระปฐมเจดีย์มากขึ้น ได้บูชาพระบรมสารีริกธาตุทุกคืน จำได้ว่า เมื่อไปอยู่ที่กุฏิหลังพระอุโบสถใหม่ไ มีโยมอายุประมาณ ๖๐ ปี ชื่อโยมแข อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมากมาย ผู้เขียนได้บูชาตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้ ได้บูชาพระบรมสารีริกธาตุที่โยมแขกนำมาถวายที่ในกุฏิ และบูชาพระบรมสารีริกธาตุที่ในองค์พระปฐมเจดีย์ด้วยเป็นประจำ
..................ครั้นต่อมา ถึงปี พ.ศ.๒๕๔๖ ได้จำฉลององค์พระปฐมเจดีย์ครบ ๑๕๐ ปี ได้เกิดแนวคิดขึ้นว่า พระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ภายในองค์พระปฐมเจดีย์นั้น มีมาตั้งแต่สมัยพระโสณเถระ พระอุตตรเถระ สร้างองค์พระปฐมเจดีย์องค์แรกขึ้น เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๖๖ และจากนั้นมา กาลเวลาได้ล่วงเลยมาถึง พ.ศ.๒๓๙๖ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๔ ได้ทรงมีพระราชศรัทธา โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระปฐมเจดีย์องค์ที่ ๓ ขึ้น ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุอยู่ภายใน มีแต่ผู้ได้พบเห็นปรากฏการณ์มีแสงสว่างเกิดขึ้นที่องค์พระปฐมเจดีย์ แต่ไม่เคยมีผู้ใดได้เห็นรูปร่างพระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐานอยู่ภายในองค์พระปฐมเจดีย์ว่า อยู่ตรงไหน
..................ผู้เขียนจึงมีแนวคิดว่า ควรที่จะอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศต่างๆ มาให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ได้ชมเป็นบุญตา ได้สักการะบูชา เป็นบุญบารมีโดยทั่วกัน ในงานฉลองพระปฐมเจดีย์ครบ ๑๕๐ ปี พ.ศ.๒๕๔๖ เป็นการจัดฉลององค์พระปฐมเจดีย์ตลอดปี เมื่อคิดได้ ก็ตั้งเป้าหมายไว้ ๓ ประเทศ คือ
..... ๑. ประเทศไทย ทูลขอประทานจากท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ประทานให้ ๙ องค์
..... ๒. ประเทศอินเดีย ขอจากวัดไทยพุทธคยา และวัดไทยกุสินารา ได้รับมาจำนวนหนึ่ง
..... ๓. ประเทศศรีลังกา ขอจากพระมหานายกสยามวงศ์ทั้งสองรูป ได้รับมอบพระบรมสารีริกธาตุให้รูปละองค์ รวมเป็น ๒ องค์
..................จึงรวมเป็นพระบรมสารีริกธาตุ ๓ แผ่นดิน ได้อัญเชิญมาประดิษฐานรวมกัน ทำพิธีเปิดประดิษฐานไว้ ณ แท่นวัชรอาสน์ในพระวิหารหลวง องค์พระปฐมเจดีย์ เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้เข้ามากราบไหว้บูชาเป็นเวลา ๑ เดือน แล้วทำพิธีบรรจุไว้ในซุ้มจรนำพระพุทธสิหิงค์ บนองค์พระปฐมเจดีย์ เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๖ โดยมี พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ และที่ปรึกษาพิเศษเจ้าคณะภาค ๑๕ เป็นประธาน
..................อนึ่ง นับตั้งแต่ได้ทำพิธีฉลององค์พระปฐมเจดีย์ครบ ๑๕๐ ปี และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ๓ แผ่นดิน เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะบูชานั้น ในปี พ.ศ.๒๕๔๗ มีเหตุการณ์ที่เป็นสิริมงคลเกิดขึ้นหลายครั้ง เท่าที่ทราบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จฯ พระบรมราชินีนาถ ขณะเสด็จฯ ผ่านไปและกลับระหว่างพระราชวังไกลกังวล กับพระตำหนักจิตรดารโหฐาน จะนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ทุกครั้ง และในวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๔๗ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ นมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ณ ถนนหน้าพระวิหารพระร่วงฯ ในเวลา ๑๔.๔๕ - ๑๕.๔๕ น.
..................และที่ยิ่งไปกว่านั้น ความเป็นมหามงคลอันยิ่งใหญ่ก็เกิดขึ้นมาอีก ในวันที่ ๑๑-๑๒ เมษายน ๒๕๔๗ ต่อเนื่องกัน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ มานมัสการพระบรมสารีริกธาตุ องค์พระปฐมเจดีย์ ณ ถนนหน้าพระวิหารพระร่วงฯ ในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ นับเป็นมหามงคลอย่างยิ่ง เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๔๗ ทราบว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จฯ นมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ได้เตรียมจัดสถานที่เป็นการด่วน เสด็จฯ จริง ถึงเวลา ๐๑.๑๒ น. เป็นวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๗ แล้วได้ทรงถวายเครื่องสักการะบูชา นมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ พระบรมสารีริกธาตุ องค์พระร่วงโรจนฤทธิ์ฯ ทราบว่า พระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จมาบูชา พระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา เจ้าหน้าที่ได้จัดอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ โต๊ะหมู่บูชา พระองค์ได้บูชาแล้ว ทรงอธิษฐาน แล้วเสด็จสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ เป็นเวลาพอสมควร พระองค์เสด็จฯ เยี่ยมผู้ที่ต้อนรับ ทรงประทับอยู่ ๑๒ นาที จึงเสด็จฯ กลับใน เวลา ๐๑.๒๔ น. พระองค์เสด็จฯ มาเป็นสิริมงคลแก่ชาวจังหวัดนครปฐม แก่พสกนิกรผู้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด เสด็จฯ มาถึงเป็นวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๗ เวลา ๐๑.๑๒-๐๑.๒๔ น. เสด็จประทับอยู่ ๑๒ นาที ผู้เขียนกลับเมื่อมาถึงกุฏิ ก็ได้เขียนเป็นบันทึกช่วยจำไว้เพื่อเป็นประวัติศาสตร์ต่อไป และต่อมาปรากฏว่าวันที่ ๑๖ เมษายน หวยรัฐบาลออกเลข ๑๒ จึงเป็นเรื่องที่เป็นมงคลอันควรกล่าวไว้ในที่นี้
..................ดังนั้น พระบรมสารีริกธาตุจึงเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นปูชนียวัตถุที่สูงส่งและสูงสุด ผู้เขียนใคร่ขอแนะนำ และขอเชิญชวนให้ผู้อ่านทุกท่าน ได้ตั้งจิตเป็นกุศล น้อมกายและใจเข้ามาปฏิบัติธรรม ด้วยการกราบไหว้บูชาพระบรมสารีริกธาตุอยู่เป็นนิตย์เถิด โดยกล่าวคำว่า อะหัง วันทามิ ธาตุโย, อะหัง วันทามิ สัพพะโส, อะหัง สุขิโต โหมิ, สะทา โสตถี ภะวันตุ เม สาธุฯ


ขอความสุข ความเจริญ จงมีแด่ผู้อ่านทุกท่านเทอญ สาธุ อายุบวรฯ

พระธรรมปริยัติเวที

เจ้าคณะภาค ๑๕, เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์

วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

www.watphrapathomchedi.com